หน้าหนาวนี้…ที่เขาใหญ่ ⛰

“เขาใหญ่” เป็นที่เที่ยวแห่งแรกที่คนกรุงเทพมักจะนึกถึงเวลาอยากสัมผัสกับอากาศเย็นๆในหน้าหนาว การเดินทางไปก็ไม่ได้ไกลเหมือนไปเชียงใหม่หรือเชียงราย แต่ก็ได้สัมผัสกับธรรมชาติ ภูเขา ต้นไม้เขียวขจี ที่จะทำให้เราลืมความเหนื่อยล้าไปเลย ถ้าเรามีเวลาเพียงแค่ 2 วัน 1 คืน มาดูกันว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นพื้นที่ป่าที่กว้างใหญ่ไพศาล อุดมไปด้วยป่าเขา น้ำตก และสัตว์ป่านานาชนิด ผู้คนจึงนิยมมาเที่ยวกันตามเส้นทางป่าและน้ำตก โดยภูเขาที่สำคัญๆมีทากถึง 8 ลูก ยังไม่นับกับน้ำตกและจุดชมวิว

ที่ตั้ง : กม.24 ถนนธนะรัชต์ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

โทร : 0-2561-4292-3 ต่อ 718, 720, 0-3731-9002, 08-6092-6530 และ 08-6092-6531

ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สำหรับคนไทยราคาไม่แพง แต่ถ้าเป็นชาวต่างชาติก็จะเป็นอีกเรทราคา

– นักท่องเที่ยวชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท / คน เด็ก 20 บาท / คน

– นักท่องเที่ยวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท / คน เด็ก 200 บาท / คน

หากนำพาหนะเข้าอุทยาน ฯ เก็บค่าธรรมเนียมตามประเภทพาหนะ ดังนี้

• รถจักรยาน 20 บาท / คัน

•รถจักรยานยนต์ 30 บาท / คัน

• รถยนต์ ( ไม่เกิน 4 ล้อ ) 50 บาท / คัน

• รถบัสเล็ก ( ไม่เกิน 24 ที่นั่ง ) 100 บาท / คัน

• รถบัสใหญ่ (24 ที่นั่งขึ้นไป ) 200 บาท / คัน

สำหรับร้านอาหารก็มีจุดให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วยกัน 5 จุด เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 – 18.00 น. ในวันจันทร์ – ศุกร์ และเวลา 07.00 – 21.00 น. ในวันเสาร์ – อาทิตย์

  1. บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
  2. บริเวณจุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้
  3. บริเวณจุดกางเต็นท์ลำตะคลอง
  4. บริเวณน้ำตกเหวสุวัต
  5. บริเวณน้ำตกเหวนรก

จุดชมวิวของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มี 2 จุดด้วยกันได้แก่ จุดชมวิวผาเดียวดาย จุดชมวิวผาตรอมใจ และจุดชมทิวทัศน์ กิโลเมตรที่ 30 แต่ละจุดก็จะชอบมีช่างภาพมืออาชีพ มือสมัครเล่น หรือแค่นักท่องเที่ยวที่อยากพิชิตยอดเขา ไปเขาใหญ่ทั้งที ขอขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของเขาแล้วแชะภาพซักหน่อยก็แล้วกัน แต่ถ้าหากใครไม่ใช่สายเดิน แวะชมกวางที่กำลังกินหญ้า เดินเข้าไปใกล้ๆมันก็ไม่วิ่งหนี คงเป็นเพราะสัตว์ที่นี่น่าจะคุ้นเคยกับผู้คน แต่อย่างไรก็ตามเราควรให้ความเป็นส่วนตัวกับสัตว์ทั้งหายในอุทยาน เพราะเราถือเป็นแขก ไม่ควรรบกวนมัน

อีกที่ที่งดงามมากนั่นก็คืออ่างเก็บน้ำสายศร วิวก็สวยไม่แพ้กัน น้ำที่สงบนิ่งสะท้อนกับภูเขาและท้องฟ้า สวยไม่แพ้กับยอดเขาสูงสุดบนอุทยานเลย 

อ้างอิง: http://travel.trueid.net/detail/XmqNgow3DxX
https://th.wikipedia.org/wiki/อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

 

PB Valley เขาใหญ่

สำหรับคนที่ชื่นชอบการดื่มไวน์ ห้ามพลาดที่นี่เด็ดขาด เพราะที่ PB Valley เขามีการสาธิตการบ่มไวน์ พร้อมทั้งให้ชิมไวน์ฟรี ซึ่งไวน์แต่ละขวดถูกทำการบ่มเป็นเวลานานกว่า 30 ปี ทำให้ไวน์อุดมไปด้วยคุณภาพและรสชาติที่นุ่มละมุนลิ้น แต่ต้องอายุถึง 18 ปีนะจ๊ะถึงจะได้ชิมไวน์

ยิ่งไปกว่านั้นยังได้นั่งรถรางชมไร่องุ่นท่ามกลางขุนเขา ภายในไร่องุ่นที่มีพื้นที่กว่า 2,500 ไร่ มีองุ่นสดหวานฉ่ำให้ได้เก็บเกี่ยวและชิมกัน เจ้าหน้าที่ยังได้พาไปเยี่ยมชมโรงผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องุ่นที่เราเห็นในไร่ต้องผ่านกรรมวิธีมากมาย โดยใช้เครื่องมืออันทันสมัย กว่าจะได้ไวน์ซักขวดไม่ใช่เรื่องง่าย รวมถึงถังไม้โอ๊คสำหรับบ่มไวน์ที่นำเข้าจากฝรั่งเศส

ไวน์ของ PB Valley จึงได้รับรางวัลเหรียญทองแดง เหรียญเงินและเหรียญทองจำนวนมาก รวมไปถึงใบรับรองการันตีคุณภาพในระดับท้องถิ่นและนานาชาติจากองค์กรที่มีชื่อเสียงหลายแห่งอีกด้วย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

CLICK !

 

Toscana Valley

ทอสคาน่า วัลเลย์ ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาเหมือนยกเมืองทอสคานี่ แคว้นตอนใต้สุดโรแมนติกของเมืองอิตาลีมาไว้ที่เขาใหญ่อย่างไงอย่างงั้น เมืองจำลองสไตล์อิตาลีซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นชวนให้นึกถึงกรุงโรม อาคารสีโทนร้อน ตัดกับภูเขาสีเขียว ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก จุดแรกที่เราจะพบก็คือ Town Square ภายในเต็มไปด้วยร้านอาหารอิตาเลียน, ไวน์บาร์, คาเฟ่ และร้านเบเกอรี่สุดชิคเรียงรายอยู่สองข้างทาง ตรงกลางลานมีโต๊ะอาหาร ทางเดินที่ปูด้วยอิฐ มีน้ำพุเล็กๆสลับกับสวนหย่อมตั้ง บรรยากาศเหมือนเราอยู่ที่เมืองเล็กๆน่ารักๆอากาศก็เย็นสบายเหมาะกับการเดินเล่นมากๆ

แวะไปที่ร้านคาเฟ่ที่ชื่อว่า Vino Cafe & Bar เข้ามาภายในร้านกลิ่นอายของร้านคาเฟ่ในเมืองอิตาลียังคงอยู๋ ด้วยการตกแต่งที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ และเมนูอาหารที่เป็นอาหารอิตาเลียน รวมไปถึงของหวาน เค้กและเครื่องดื่มที่น่าทานมากๆ

เมนูที่เราสั่งคือ Toscana Afternoon tea กับ คาปูชิโน่ร้อน เหมาะกับคอกาแฟ สำหรับใครที่ไม่ดื่มกาแฟสามารถเปลี่ยนเป็นช็อกโกแลตเย็นได้ ยิ่งทานกับสโคน ทาเนย ใส่วิปครีมและแยมสตรอเบอรี่เข้ากันม้ากมาก ทาร์ตสตรอเบอรี่มูสเปรี้ยวอมหวานกับแป้งทาร์ตรสไม่หวานมาก ทำให้รสชาติไม่เลี่ยน ส่วนทีรามิสุเรเยอร์ เอาใจคนชอบทานเค้กทีรามิสุ แป้งเค้กบางๆกับครีมทีรามิสุรสชาติกลมกล่อม คนที่ชอบกาแฟต้องถูกใจแน่นอน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

CLICK !

The Birder’s Lodge

ร้านอาหารและคาเฟ่สุดฮิปที่มีสไตล์การตกแต่งที่ไม่เหมือนใคร เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น สไตล์กระท่อมแบบยุโรป ภายในร้านเป็นห้องกระจก ตกแต่งด้วยไม้สีอ่อนดูสบายตา มีส่วนของ open air ใครที่ไม่ชอบนั่งห้องแอร์ออกมานั่งชิลรับลมข้างนอกก็ดีเหมือนกัน

ร้านตั้งอยู่ที่ 282 หมู่ 10 ตำบล หมูสี อำเภอ ปากช่อง นครราชสีมา อยู่ใกล้กับ Primo Piazza

ช่วงที่เรามาถึงเป็นช่วงเที่ยงพอดี เลยขอสั่งอาหารแบบจัดหนัก เมนูที่ทางร้านแนะนำก็คือ เมี่ยงปลาแซลมอนและซี่โครงหมูตุ๋นอบซอส

เมี่ยงปลาแซลมอนกินคู่กับผักนานาชนิด ใส่น้ำจิ้มซีฟู้ด รับประทานพร้อมกับเส้นหมี่ขาว รสชาติกลมกล่อมสุดๆ

ซี่โครงหมูตุ๋น เนื้อหมูเปื่อยๆละมุนลิ้น ราดด้วยซอสบาบีคิวรสชาติเค็มอมหวาน รับประทานคู่กับมันฝรั่งทอด ใครทานแล้วรู้สึกเลี่ยนให้จิ้มน้ำจิ้มแจ่ว รสชาติจัดจ้าน ตัดเลี่ยนได้ดี

ข้าวผัดหมูโค้ว เป็นหมูสามชั้นทอดผัดกับข้าว บีบมะนาวคลุกกับพริกและหอมแดง เผ็ดเปรี้ยวเค็มรสขาติจี้ดจ้าด

สปาเก็ตตี้ผัดเบคอนกระเทียม เหมาะสำหรับเด็กเส้น กระเทียมและเบคอนที่ถูกผัดบนกระทะทำให้มีกลิ่นหอม ผัดกับเส้นสปาเก็ตตี้ทำให้อาหารจานนี้มีกลิ่นกระทะ หอมน่ารับประทาน

รับประทานอาหารกันหมดแล้วรู้สึกกระหายน้ำ เราขอเสนอ BL Refreshment สดชื่นตามชื่อ น้ำองุ่นหวานอมเปรี้ยวใส่วุ้นมะพร้าว บนปากแก้วมีสายไหมฟูๆ หวานละมุนไปอีกก

ใกล้ๆกับร้านคาเฟ่มีโกดังที่ใช้พันธุ์ไม้ประดับเต็มตัวอาคาร ภายในมีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและสินค้านานาชนิด เช่น ธัญพืชรวม ข้าวเกรียบเห็ดหอม น้ำพริก หมูยอ ผัดหมี่โคราช น้ำผลไม้ กะหรี่ปั๊บและอื่นๆอีกมากาย

Yellow Submarine Coffee Tank

ร้านกาแฟที่น่าดึงดูดและน่าหลงใหลในสถาปัตยกรรมที่ดูแปลกตา อาคารที่ดูเหมือนกล่องสีเหลี่ยมตั้งอยู่ท่ามกลางสวนต้นยมหอม

ตั้งอยู่ที่จากเส้นทางถนนธนะรัชต์ แล้วเลี้ยวขวากิโลเมตรที่ 24 ไปตามป้ายบอกทางสัก 5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวา ซึ่งจะพบกับสวนต้นยมหอม

มาที่เมนูไฮไลท์ของที่นี่ นั่นก็คือ กาแฟ signature คั่วจากเมล็ดกาแฟที่ชื่อว่า “Yellow Oxygen” ซึ่งสามารถชงเป็นกาแฟได้ 2 เมนูเท่านั้นคือ ลาเต้และอเมริกาโน่ เพราะต้องการจะคงความอ่อนนุ่มและรสชาติของกาแฟไว้ กาแฟที่ชงจากเมล็ดกาแฟนี้จะมีรสที่อ่อนกว่ากาแฟทั่วไปและหอมกว่ามาก คนที่ไม่ชอบกาแฟยังดื่มได้ เนื่องจากว่ารสชาติมันไม่ขมเลย ออกจะอมหวานนิดๆซะด้วยซ้ำ ทั้งๆที่ไม่ได้ใส่น้ำตาลเลย

เมนูต่อไปคือ Honey Lemon Ice-pop เป็นน้ำผึ้งมะนาวที่เก๋มาก เพราะใส่ไอศกรีมแท่งรสมะนาวไปทั้งแท่ง เวลาเราดื่มน้ำจนหมดแล้ว รอไอศกรีมละลายก็ยังดื่มได้ต่อ

ส่วนของหวานของที่นี่ เราขอแนะนำ Black Honey Toast รับรองว่าจะต้องติดใจในความหอมเนยของขนมปังชาร์โคลกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมกับไอศครีมวนิลารสหวานอ่อนๆ ราดด้วยซอสคาราเมล และสตรอเบอร์รี่ ฟินสุดๆ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

CLICK !

เป็นลาว

ร้านอาหารอีสานที่ตกแต่งสไตล์พื้นบ้าน รสชาติของแต่ละเมนูทำเอาติดใจจนต้องมากินอีกรอบ ตำซั่วปูปลาร้ารสชาติปลาร้าไม่แรงขึ้นจมูกมาก คนที่ไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ปลาร้าก็สามารถกินได้ ส่วนต้มแซบกระดูกหมูแก้วอ่อน เผ็ดเปรี้ยวกำลังพอดี ซดได้เรื่อยๆ กระดูกหมูเปื่อยดี กระดูกอ่อนเคี้ยวกรุบๆ

ไก่ย่างมีกลิ่นถ่านและพริกไทยอ่อนๆ จิ่มกับน้ำจิ้มแจ๋วรสกลมกล่อม และผัดหมี่โคราชเส้นเหนียวนุ่มผัดกับซอสเผ็ดอมหวาน คล้ายกับผัดไทแต่รสชาติจัดกว่ามาก

Primo Piazza

Primo Piazza สถาปัตยกรรมอันน่าหลงใหลที่จำลองเมืองทอสคานี่ของเมืองอิตาลีมา คล้ายๆกับทอสคาน่า เขาใหญ่แต่ไม่ใหญ่โตเท่า ไฮไลท์ของที่นี่เป็นสัตว์ปุกปุย3 ชนิดด้วยกัน นั่นก็คือ แกะ ลา และอัลปาก้า ค่าเข้าที่นี่สำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ราคา 100 บาท ส่วนเด็กเสียค่าเข้าเพียง 100 บาท แต่ถ้าหากเป็นชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่จะเสีย 200 บาท เด็กเสีย 100 บาท พอเข้าไปแล้วอย่าเพิ่งทิ้งตั๋วนะจ๊ะ เพราะสามารถเอาหางตั๋วไปแลกหญ้าเพื่อให้อาหารเจ้าสัตว์ทั้งหลายได้

ให้อาหารสัตว์กันไปแล้วมาเดินชมบริเวณลานกันบ้าง รอบๆจะเป็นที่ตั้งของร้านอาหารหลากสไตล์ทั้งอาหารไทยฟิวชั่น และอาหารฝรั่งที่ปรุงรสชาติแบบออริจินอลแท้ๆ นั่งชิลจิบกาแฟกับเค้กรสกลมกล่อม หรือจะทานไอศครีมก็ได้ ที่แห่งนี้มีมุมถ่ายรูปสวยๆเพียบ เพราะสถาปัตยกรรมและการตกแต่งเป็นแบบอิตาลีแท้ เหมือนเราอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆบนแคว้นทางตอนใต้ของอิตาลีเลย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

CLICK !

 

 

Art Museum Khao Yai

คนที่ชื่นชอบศิลปะห้ามพลาด เพราะที่ Art Museum เป็นแกลอรี่ที่เงียบสงบซึ่งเก็บงานศิลปะที่คุณพงษ์ชัย จินดาสุข นักธุรกิจสะสมเอาไว้ มีทั้งภาพวาดฝีมือศิลปินชั้นครูระดับประเทศหลายร้อยภาพ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เทคนิคสีอะคริลิคบนผืนผ้าใบ รวมไปถึงงานประติมากรรมอีกจำนวนมาก โดยมีห้องแสดงผลงานศิลปะ 3 ห้องด้วยกัน ขณะนี้ห้องงานประติมากรรมได้จัดแสดงชิ้นงานศิลปะชุดพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราอยู่ด้วย

ส่วนชั้นบนจะมีร้านคาเฟ่ราคาย่อมเยาว์และร้านขายของที่ระลึก มีทั้งเสื้อยืด สมุดภาพ กระเป๋าหนังและของกระจุกกระจิกอีกมากมาย นอกจากนี้มีบ้านพักในชื่อ Art Space จำนวน 6 หลัง ซึ่งสร้างขึ้นด้วยรูปแบบทางสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นอีกด้วย

Art Museum เปิดบริการทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา  10.00 น.-18.00น. วันศุกร์-อาทิตย์  เวลา 9.00 น.- 20.00 น. เข้าชมฟรี

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

CLICK !

 

สำหรับที่พักที่เขาใหญ่ ตอนนี้เรามีโปรโมชั่น พัก 3 คืน จ่าย 2 คืนอยู่นะจ๊ะ

กดจองเลย!

BOOK NOW !

ต้องการดูที่พักอื่นๆที่เขาใหญ่

คลิก

CLICK !