เที่ยววัด ทำบุญ ไหว้พระ ในสงกรานต์

อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันสงกรานต์แล้ว วันสงกรานต์ก็คือวันปีใหม่ไทย คนไทยก็มักจะไปทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง ซึ่งวันสงกรานต์นี้มีด้วยกัน ๓ วัน ได้แก่ วันที่ ๑๓ เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ วันที่ ๑๔ ถือเป็นวันครอบครัว และวันที่ ๑๕ เป็นวันผู้สูงอายุ ลูกเล็กเด็กแดงก็จะมารดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ที่บ้านกัน

วันปีใหม่ไทยก็ถือว่าเป็นวันแห่งความสิริมงคล ดังนั้นการไหว้พระ ทำบุญจึงถือว่าเป็นกิจกรรมแรกที่คนไทยมันจะปฏิบัติกัน วันนี้ข้าจะพาออเจ้าไปทำบุญ ไว้พระกันที่วัดสำคัญๆในพระนคร

Songkran is just around the corner, it is a Thai New Year celebration and a very significant holiday. Apart from the popular water festival, Thais often make merit as it is considered sacred and a way of bringing positivity and blessings into their lives. The Songkran Festival is celebrated for 3 days, April 13 – Maha Songkran Day, April 14 – Family Day and April 15 – The day for the elderly and a tradition practiced for hundreds of years, children pour water into the hands of the respected elderly to show courtesy, gratitude and respect.

The Thai New Year is also a day of prosperity. The Thais place an importance on making merit and worshipping the Buddha. Let’s visit some of the most significant temples in Phra Nakhon.

๑ l วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว

เป็นวัดที่สำคัญที่สุดในกรุงเทพฯเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ถูกพบครั้งแรกที่เชียงราย หลังจากนั้น พระเจ้าสามฝั่งแกนแห่งเชียงใหม่ จึงเชิญมาประดิษฐานที่เชียงใหม่ และมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย แต่ในที่สุด เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นเมืองหลวง พระองค์ได้ทรงอัญเชิญพระแก้วมรกตมาไว้ที่วัดอรุณฯ และท้ายสุด รัชกาลที่ ๑ เป็นผู้นำมาประดิษฐานไว้ที่วัดพระแก้วนั่นเอง

Temple of the Emerald Buddha, commonly known as Wat Phra Kaew” aka The Grand Palace”, regarded as one of the most sacred temples in Thailand overflowed by tourists. The temple is filled with glittering mosaics, golden spires and more than 100 radiant colored buildings. In the temple, the Emerald Buddha is the most important statue which is considered the palladium of the Kingdom of Thailand.

ครุฑยุดนาค

ครุฑยุดนาค เป็นมุมถ่ายรูปฮิตที่ทุกคนที่มาวัดพระแก้วจะต้องมาแฉะภาพกัน รูปหล่อครุฑยุดนาคสำริดปิดทองจำนวน ๑๑๒ ตัว ที่ีรายรอบฐานพระอุโบสถทั้งสี่ทิศ ทำให้ฐานของพระอุโบสถดูเหลืองอร่ามแปลกตากว่าที่อื่นๆ

ปราสาทพระเทพบิดร

ปราสาทพระเทพบิดรประดิษฐานพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๘ โดยจะปิดให้ประชาชนเข้าชมเพียงแค่ วันจักรี วัดฉัตรมงคล วันสงกรานต์ วัดคล้ายวันพระราชสมภพรัชกาลที่ ๙ วันปิยมหาราช เท่านั้น

เป็นอาคารทรงจตุรมุขทรงไทย ซุ้มประตูหน้าต่างเป็นซุ้มยอดมงกุฎ ราวบันไดทางขึ้นยังประดับด้วยประติมากรรมนาค ๕ เศียร สวมมงกุฎ และมีรูปหล่อนางอัปสรสีห์ บริเวณประตูทางเข้าปราสาท

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เป็นพระที่นั่งผสมแบบตะวันตกและไทย องค์พระที่นั่งเป็นอาคารแบบตะวันตกแต่มีหลังคาทรงไทย

– พระที่นั่งองค์กลางเป็นหอพระบรมอัฐิ ชั้นกลางเป็นท้องพระโรงหน้า

– พระที่นั่งองค์ตะวันออก ชั้นบนเป็นห้องพระ ชั้นกลางเป็นห้องรับแขก ชั้นล่างเป็นห้องสมุด


๒ l วัดเชตุพนวิมมมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์

เป็นพระอารามหลวง และเป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ อีกทั้งยังถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย เนื่องจากจารึกที่บันทึกวิชาหลายแขนงได้ถูกรวบรวมไว้ที่วัดนี้ ที่จริงแล้ววัดแห่งนี้มีประวัติการสร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา และถูกสถาปนาในสมัยรัชกาลที่ ๑ บูรณะปฏิสังขรครั้งใหญ่ในรัชกาลที่ ๓ ซึ่งสถาปัตยกรรมในวัดนี้เป็นศิลปะอยุธยาแทบทั้งหมด

Wat Phra Chetuphon Wimon Mangkhalaram Rajwaramahawihan Situated next to the Grand Palace, Wat Pho is one of the oldest temples in Bangkok. This temple is known for being the birthplace of Thai massage and famous for the 43-meter-long reclining golden Buddha. The massage school in the temple is still available today and visitors can receive short courses for anyone who is interested in Thai massage.

วิหารพระพุทธไสยาส หรือ วิหารนอน สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ บนผนังของวิหารมีภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับคัมภีร์มหาวงศ์ สวรรค์ชั้นดางดึงส์ ภาพลายรดน้ำ รวมทั้งภาพนิทานชาดกและวรรณคดีไทย

วิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาส ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ก่ออิฐ ถือปูน ปิดทองทั่วทั้งองค์ พระบาทประดับมุกภาพมงคล ๑๐๘ ประการ

พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล

พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล เป็นมหาเจดีย์ ๔ องค์ เป็นสถาปัตยกรรมประยุกค์ไทยจีน เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ประดับประดาด้วยกระเบื้องเคลือบ โดยแต่ละเจดีย์ก็จะสร้างขึ้นเพื่อเป็นเจดีย์ประจำรัชกาล 
– เจดีย์กระเบื้องเคลือบสีเขียว ชื่อว่า พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ เพื่อมีพระศรีสรรเพชญ์ประดิษฐานอยู่ที่ฐานของเจดีย์
– พระมหาเจดีย์องค์สีขาว ชื่อว่า พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิทาน สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ ทรงพระราชอุทิศถวายแด่พระบรมราชชนก คือรัชกาลที่ ๒ 
– พระมหาเจดีย์องค์สีเหลือง ชื่อว่า พระมหาเจดีย์มุนีบัตบริขาร สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ คือตัวพระองค์เอง
– พระมหาเจดีย์องค์สีน้ำเงินเข้ม เป็นเจดีย์ประจำรัชกาลที่ ๔ ทรงสร้างขึ้นตามแบบพระเจดีย์ศรีสุริโยทัย กรุงศรีอยุธยา เลยชื่อว่า พระมหาเจดีย์ทรงพระศรีสุริโยทัย

จารึกวัดโพธิ์

จารึกวัดโพธิ์ จารึกถูกสลักไว้บนกำแพงของศาลาเปลื้องเครื่อง ซึ่งเป็นโรงเรียนแพทย์แผนโบราณ วัดโพธิ์จึงเป็นสถานศึกษาหาความรู้ในวิชาชีพชั้นสูง


๓ l วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร 

สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 6 ทรงให้รวมกับวัดรังษีสุทธาวาส วัดมีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบไทยผสมจีน ภายในอุโบสมีพระพุทธรูปสำคัญ 2 องค์ ได้แก่ พระพุทธสุวรรณเขต (หลวงพ่อโต) และพระพุทธชินสีห์ ใต้ฐานเป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคารของรัชกาลที่ 6

Wat Bowonniwet Vihara
Glittering with gold-colored tiles, Wat Bowonniwet Vihara is popular for the 50-meter-stunning Golden Pagoda in the center of the temple, tourists love taking photographs at Wat Bowonniwet Vihara. Located on the northeast side of Bangkok’s Ratanakosin island, just inside the old city wall bordering Banglumpoo canal, on Pra Sumeru road.

พระเจดีย์ใหญ่

พระเจดีย์ใหญ่ สร้างในสมัยรัชกลที่ 4 กลางคูหาพระเจดีย์ประดิษฐานพระเจดีย์กาไหล่ทอง ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และมีเจดีย์อีก 4 องค์ล้อมรอบอยู่

มีพระพุทธรูปสำคัญประดิษฐานอยู่ 2 องค์ ได้แก่ พระพุทธสุวรรณเขต (หลวงพ่อโต) ที่อัญเชิญมาจากวัดสระตะพานจังหวัดเพชรบุรี และพระพุทธชินสีห์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ อัญเชิญมาจากวิหารทิศเหนือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก


๔ l วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร

เรียกสั้นๆว่า วัดแจ้ง เป็นเพราะ เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตั้งราชธานีที่กรุงธนบุรีใน พ.ศ. 2310 ได้เสด็จมาถึงหน้าวัดนี้ตอนรุ่งแจ้งนั่นเอง

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในวัดนี้น่าจะเป็นพระปรางค์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางวัด ซึ่งถูกบูรณะปฏิสังขรณ์หลายสมัยมาก สมัยรัชกาลที่ 5 มีการบูรณะครั้งใหญ่ ปรางค์นี้ก่ออิฐถือปูน มีปูนปั้นประดับเป็นรูปกินนร กินรี ยักษ์ เทวดา และพญาครุฑ อีกทั้งยังประดับด้วยเปลือกหอย กระเบื้องเคลือบ จานชามเบญจรงค์สีต่าง เป็นลายดอกไม้ ใบไม้ และลายอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน

Wat Arun Ratchawararam, located by the banks of the Chao Phraya River. The name of the temple was derived from the Hindu god Aruna representing radiations of the rising sun. The uniqueness of Wat Arun is when the sunsets, bright lights illuminate the temple glowing on the calm river creating a sensational and serene perspective.

พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก

พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก  ชกาลที่ ๔ ได้ทรงอัญเชิญ พระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ มาประดิษฐานบรรจุไว้ที่ ‘ผ้าทิพย์’ ซึ่งประดับด้วยลายพระราชลัญจกรเป็นรูปครุฑจับนาคตรง ใบพัดยศพระประธาน ในบริเวณ พระพุทธอาสน์ ของพระประธานในพระอุโบสถ แล้วถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก”

รูปปั้นรัชกาลที่ ๒

รูปปั้นรัชกาลที่ ๒ หน้าวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยามีรูปปั้นรัชกาลที่ ๒ เนื่องจากวัดอรุณนี้เป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๒ นั่นเอง


๕ l วัดเบญจมบพิตรดุสิตวราราม

ไม่ปรากฎผู้สร้าง เดิมชื่อวัดแหลม หรือวัดไทรทอง แต่ภายหลังรัชกาลที่ท5 ได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดเบญฯเหมือนในปัจจุบัน ถ้าเราสังเกตที่ เหรียญ 5 วัดที่เห็นอยู่ยนเหรีญนั่นก็คือวัดเบญฯนั่นเอง ชาวต่างชาติมักเรียกที่นี่ว่า Marble Temple เพราะ อุโบสถประดับด้วยหินอ่อนที่ดีที่สุดจากอิตาลี

Wat Benchamabophit aka Marble Temple is a major tourist attraction and one of Bangkok’s best-known temples. The temple’s name means “the Monastery of the fifth King near Dusit Palace”. The construction is entirely made from Italian Carrara marble – its pillars, courtyard and lion statue guardians.  

พระพทุธชินราชจำลอง

พระพุทธชินราชจำลอง พระประธานของวัดจำลองมาจากพระพุทธชินราช ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก ตรงระเบียงคดหลังพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปกว่า 52 องค์ สมเด็จกรมพระดำรงราชานุภาพได้ทรงรวบรวมจากหัวเมืองต่างๆและต่างประเทศมาประดิษฐานไว้ที่วัดนี้


๖ l วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร 

วัดระฆัง” เดิมชื่อว่า วัดบางใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตรงข้ามกับท่าช้าง เป็นวัดที่สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดอัญเชิญพระไตรปิฎกจากนคครศรีธรรมราช อีกทั้งยังขุดพบระฆังโบราณที่มีเสียงดี รัชกาลที่1 ทรงขอไปไว้วัดพระศรีรตนศาสดาราม เพราะเหตุนี้ วัดจึงชื่อ “วัดระฆัง”

Located in Bangkok Noi district along the Chao Phraya riverbank, Wat Rakhang Kositaram Woramahawihan aka Temple of the Bells was built in the Ayutthaya Period and its original name was Wat Bangway Yai. Rakang in Thai language means “Bell”. The temple has been renovated several times and King Taksin the Great designated Wat Rakang to be a royal temple for the residence of the head of Buddhist monks during the Rattanakosin period.

พระยิ้มรับฟ้า
หอพระไตรปิฎกหรือเรียกตำหนักจันทน์

บรรจุตู้ลายรดน้ำ ซึ่งลวดลายสวยงามตระการตามาก


๗ l วัดสุทัศเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

ในสมัยรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯให้สถาปนาวัดนี้ขึ้นกลางพระนคร เพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) ที่อัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย 
คงไม่เคยมีใครไม่เคยได้ยินเปรตวัดสุทัศ จิตรกรรมภายในพระวิหารวาดขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ที่จิตรกรวาดเปตรไว้หลังพระประธานก็เพราะมีความเชื่อว่า ชาวบ้านเคยเหนเปรตมาปรากฎที่นี่

Wat Suthat is one of the most monumental and oldest temples of the Rattanakosin era in Bangkok. Located in front of a red giant swing which stands at the entrance of Wat Suthat. The temple highlights impressive wall murals and beautifully hand-carved wooden door panels. The Buddha inside the temple is 8 meters high and is one of the six temples in Thailand of the highest grade of first class Royal temples.

พระศรีศากยมุนีหรือพระโต

พระศรีศากยมุนีหรือพระโต พระพุทธรูปสีทองเหลืองอร่าม ตั้งตระหง่านอยู่กลางพระอุโบสถ