How to travel in Tokyo

Day 1 : ช่วงเช้าเริ่มต้นทริปด้วยการไปวัด อาซากุสะ (Sensoji Temple) เริ่มต้นด้วยการจุดธูปไหว้ และเดิน เดินไปตรงประตูเพื่อเอามือแตะตามังกรตรงโคมไฟ และเดินชมโดยรอบ บริเวณโดยรอบจะมีร้านของฝากและของกินมากมาย เดินทางมาที่วัดนี้ง่ายๆเพียงขึ้นรถสาย Asakusa line โดยลงที่สถานี Asakusa สถานี Ginza หรือจะไปช็อปปิ้งต่อที่ Ameyoko Market รถไฟสายเดิม ลงสถานี Ueno ช่วงบ่าย เดินทางไป Tokyo Skytree โดยทางจาก Ameyoko โดยรถบัสลงสถานี Tokyo skytree บัตรราคา 2,060-3,090 แล้วแต่เราเลือก package เลยค่ะ สามารถทานข้าวบริเวณแถวนั้นแล้ว กลับเข้าที่พักได้เลยค่ะ

Tokyo Skytree
Sensoji Temple

Day 1: Visit the Sensoji Temple at Asakusa Station in the morning to pray and notice a detailed dragon-shaped engraving at the bottom of a gigantic lantern at the outer entrance to the temple. Legend believes it will bring good luck if you touch the dragon engraved at the bottom of the lantern. A lot of souvenir shops selling traditional Japanese snacks and cute souvenirs can be found along the entrance of the temple.

Visit Sensoji Temple – Take the Asakusa Line by train and get off at Ginza station. You can also shop at the Ameyoko Market at Ueno Station. During the afternoon, make your way to Tokyo Skytree by bus at Ameyoko. Tickets cost approximately 2,060-3,090 YEN depending on the package. You can also enjoy a meal around the area before heading back to your hotel.            

Day 2 : วันนี้ตื่นเช้าไปตลาดปลา Tsukiji Fish Market หลายคนเข้าใจว่าตลาดปิดแล้ว แต่ส่วนที่ย้ายไป odaiba นั้น จะเป็นแค่ในส่วนของตัวตลาดสด หรือขายส่งร้านอาหาร แต่ส่วน outer market ยังเหมือนเดิมร้านอาหารอร่อยๆยังอยู่ การเดินทางก็ไปง่ายแค่นั่งรถไฟสาย  Hibiya Line ลง สถานี Tsukiji  ช่วงบ่าย แวะไปช้อปปิ้งที่ Ginza ที่นี่มีร้านแบรนด์เนมมากมาย รวมไปถึงห้าง Gisawako Ginza, Ginza Waka ด้านบนจะมีหอนาฬิกาให้ชื่นชม การเดินทางนั่งรถไฟสาย Ginza Line หรือ Hibiya Marunouchi Line ลงสถานี Ginza ถ้ามีเวลาเหลือแนะนำให้ไปต่อที่ สถานี Tokyo สถานนี้อาจจะดูวุ่นวายไปซักนิด เพราะเป็นสถานีใหญ่ แต่ที่นี่มีแหล่งที่ถูกใจสาวก อะนิเมะ เพราะมีทั้งร้านขาย Model, ฟิกเกอร์, ตุ๊กตาหมี ที่ชั้น B1F

Ginza District

Day 2: Visit the Tsukiji Fish Market in the morning, a fish market where you can find fresh seafood, restaurants and kitchenware. Transportation is easily accessible with the Hibiya Line to Tsukiji Station. After savouring the different kinds of fish at the market, make your way to Ginza district to do some shopping. This area is popular for its high end brand names.

Ginza district, Gisawako and Ginza Wako – Travel by Ginza Line or Hibiya Marunouchi Line and get off at Ginza Station. If there is some time left, you can stop by at Tokyo station to check out all the Japanese Anime, figures, models and dolls at Floor B1F.

Day 3 : วันนี้จะขอออกนอกเมือง Tokyo ซักนิด ไหนๆเราก็มาถึงญี่ปุ่นกันแล้ว ต้องไปชม “ฟูจิซัง” ให้ได้ ซึ่ง ภูเขาไฟฟูจินี้ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัด Shizuoka กับ จังหวัด Yamanashi ซึ่งวันนี้เราจะไปจุดชมภูเขาไฟที่ทะเลสาบ Kawaguchiko โดยเริ่มต้นเดินทางที่สถานี Shinjuku มีวิธีการเดินทางให้เลือก 2 แบบนั่นคือ

1. นั่งรถไฟสาย Chuo Line ลงที่สถานี Takao เพื่อเปลี่ยนขบวน แล้วลงปลายสายที่สถานี Otsuki จึงเปลี่ยนเป็นสาย Fujikyu Railway ลงที่สถานีปลายทางอย่าง Kawaguchiko เดินจากสถานีไปยังทะเลสาบคาวากุจิโกะประมาณ 15 นาที ระยะเวลาเดินทางประมาณจากโตเกียวสองชั่วโมงนิดๆ

2. หรือถ้าอยากนั่งยาวๆไม่ต้องเปลี่ยนสายก็สามารถเดินทางด้วยรถบัสขึ้นที่ สถานี Shinjuku ปลายทาง Kawaguchiko ใช้เวลาเดินทางเกือบๆ 2 ชั่วโมง และแถวๆทะเลสาบคาวากุจิโกะ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่ทำได้ตลอดทั้งวัน เช่น ขึ้นกระเช้า Kachi Kachi Ropeway เพื่อขึ้นไปดูวิวมุมสูงบนบนยอดเขา Mitsutoge หรือจะเช่าจักรยานปั่นรอบๆทะเลสาบ เพื่อหาจุดถ่ายรูปก็ได้ค่ะ เที่ยวได้เช้าจรดเย็น ก็กลับมาที่โตเกียวตามเดิม

Day 3: Step out of Tokyo city and see the suburban area of Japan – Fuji San aka. Fuji Mountain, located in between Shizuoka and Yamanashi. Check out the cool volcano viewing point at the lake Kawaguchiko. Starting the trip at Shinjuku station, there are two options to get to today’s destination.

1. Take the train by Chuo Line to Takao Station to change trains. Get down at Otsuji Station which is the last station. After that, head to Fujikyo Railway to change trains and get off at Kawaguchiko. Make your way to Lake Kawaguchiko which will take approximately 15 minutes on foot. It will take about a total of 2 hours from Fujikyo Railway to Lake Kawaguchiko.

2. If you would like to travel without changing trains several times, head to Shinjuku Station and get off at Kawaguchiko which will take around 2 hours. You can also find many more activities at Lake Kawaguchiko such as the Kachi Kachi Ropeway to indulge the view on top of Mitsutoge mountain. You could also rent bicycles to ride around the lake and take cool photos before heading back to Tokyo.

Mt. Fuji

Day 4 : วันนี้ช่วงเช้าเราจะเอาฤกษ์เอาชัย เพิ่มความเป็นศิริมงคลก่อนกลับไทย เราจะเดินทางไปชมสถาปัตยกรรมโบราณที่ ศาลเจ้าเมจิ จินกุ ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน (เดิมทีถูกสร้างขึ้นเพื่อองค์จักรพรรดิเมจิ โดยมีการบูรณะอย่างต่อเนื่องทำให้ยังคงความงดงามเหมือนดังเดิม) โดยปัจจุบันยังคงมีคู่รักหลายคู่มาทำพิธีแต่งงานกันที่นี่ ถ้าใครโชคดีจะได้เห็นขบวนแต่งงานแบบวิถีญี่ปุ่นโบราณ รวมไปถึง เจ้าหญิงอายาโกะ ที่เข้าพิธีเสกสมรสในปี 2018 ด้วยเช่นกัน การเดินทางมาที่นี่ด้วยรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line หรือ Fukutoshin Line ลงที่สถานี Meiji Jingu Mae เดินอีกประมาณ 10 นาที หรือจะเดินทางสาย Yamanote Line มาลงที่สถานี Harajuku วิธีสังเกตุ เริ่มจากสะพานหิน Jingu Bashi ที่อยู่ตรงแยกใกล้ๆ กับสถานีรถไฟ JR Harajuku ให้เดินข้ามสะพานไป เจอลานกว้างๆและเสา Torii เดินตรงเข้าไปเลยค่ะ  ช่วงบ่ายก็ไปช้อปปิ้งก่อนกลับไทยในย่าน shibuya แลนมาร์กที่ดังมากๆ อย่าง ห้าแยกชิบุย่า ที่จะสามารถนั่งชมวิวได้จากร้านอาหารหรือคาเฟ่ใกล้ๆ และที่ต้องไปเลยคือ ถ่ายรูปคู่กับอนุเสาวรีย์ Hachiko เจ้าหมาผู้ซื่อสัตว์ที่ถือเป็นอีกจุดที่คนนิยมมา ย่านนี้ถือเป็นแหล่งช้อปปิ้งของนักช้อปเลยก็ว่าได้ เพราะมีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ หลายที่ ไม่ว่าจะเป็น  Shibuya 109, Tokyu และ Shibuya Hikarie สามารถมายังย่านนี้ได้ด้วยรถไฟสาย Ginza Line หรือ Yamanote Line ลงสถานี Shibuya เพื่อช็อปปิ้งของฝากกลับประเทศไทยได้ในย่านนี้ได้เลย! มีของให้เลือกมากมายหลายสิ่งเลยจ้าาาา

Day 4 : Explore ancient architecture at Meiji Jinku Shrine situated in Shibuya, the Shinto shrine that is dedicated to the deified spirits of Emperor Meiji and his wife, Empress Shōken. Today, many wedding ceremonies take place. If you’re lucky, enough you will get to see a traditional Japanese wedding and Princess Ayako. Travel by train via the Chiyoda Line or Fukutoshin Line and get off at Meiji Jingu Mae station, approximately a 10 minute walk or you could also commute by Yamanote Line and get off at Harajuku Station. Notice the Jingu Bashi stone bridge at the intersection near Harajuku station.

Hachikō

During the afternoon, enjoy shopping around Shibuya, a very lively and popular touristic area especially at the world-famous Shibuya intersection where hundreds of people scramble their way across the gigantic crosswalk. Indulge cafes and vibrant city views of Tokyo. You could also snap a photo with the famous “Hachikō”, a Japanese Akita dog remembered for his remarkable loyalty to his owner, Hidesaburō Ueno, for whom he continued to wait for over nine years following Ueno’s death. Shibuya is popular for shopping and dining as well, there are a lot of window shopping within the area such as Shibuya 109, Tokyu and Shibuya Hikarie.

Day 5 : ถ้าเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงบ่ายหรือเย็น เวลายังพอมีเหลือ ก็ปิดท้ายวันสุดท้ายด้วยการไปตะลุยช็อปปิ้งของปลอดภาษีที่ตึกม่วง Takeya ที่หากยังซื้อของไม่ครบ หรือหลายๆ วันที่ผ่านมายังหาของไม่เจอต้องมาซื้อที่นี่! เพราะมีครบทุกสิ่งที่ต้องการเลยก็ว่าได้ สามารถเดินทางด้วยรถไฟสาย Hibiya Line ลงที่สถานี Naka – Okachimachi หรือ Yamanote Line ลงสถานี Okachimachi แต่ช็อปแล้วต้องเผื่อเวลาแพ็คของลงกระเป๋าแล้วเดินทางไปสนามบินด้วยนะคะ….

Day 5: If you are travelling back to Bangkok in the afternoon or evening, then you will have some free time left to do a little bit of duty free shopping at Takeya. This place has assorted products. Commute with the train via Hibiya Line and getting of at Naka – Okachimachi or Yamanote Line.

Click here to book comfy accommodation in Tokyo!

BOOK NOW !

Day 1 : ช่วงเช้าเริ่มต้นทริปด้วยการไปวัด อาซากุสะ (Sensoji Temple) เริ่มต้นด้วยการจุดธูปไหว้ และเดินเดินไปตรงประตูเพื่อเอามือแตะตามังกรตรงโคมไฟ และเดินชมโดยรอบ บริเวณโดยรอบจะมีร้านของฝากและของกินมากมาย เดินทางมาที่วัดนี้ง่ายๆขึ้นรถสาย asakusa line โดยลงที่สถานี asakusa สถานี Ginza หรือจะไปช็อปปิ้งต่อที่ Ameyoko Market รถไฟสายเดิม ลงสถานี Ueno  ช่วงบ่าย เดินทางไป Tokyo Skytree โดยทางจาก Ameyoko โดยรถบัสลงสถานี tokyo skytree บัตรราคา 2,060-3,090 แล้วแต่เราเลือก package เลยค่ะ สามารถทานข้าวบริเวณแถวนั้นแล้ว กลับเข้าที่พักได้เลยค่ะ

Day 1: Visit the Sensoji Temple at Asakusa Station in the morning to pray and you will notice a detailed dragon-shaped engraving at the bottom of a gigantic lantern at the outer entrance to the temple. Legend believes it will bring you good luck if you touch the dragon engraved at the bottom of the lantern. A lot of souvenir shops selling traditional Japanese snacks and cute souvenirs can be found along the entrance of the temple. Sensoji Temple – take the Asakusa Line by train and get off at Ginza station. You can also shop at the Ameyoko Market at Ueno Station. During the afternoon, we make our way to Tokyo Skytree by bus at Ameyoko. Tickets cost approximately 2,060-3,090 YEN depending on the package. You can enjoy a meal around the area before heading back to your hotel.            

Day 2 : วันนี้ตื่นเช้าไปตลาดปลา Tsukiji Fish Market หลายคนเข้าใจว่าตลาดปิดแล้ว แต่ส่วนที่ย้ายไป odaiba นั้น จะเป็นแค่ในส่วนของตัวตลาดสด หรือขายส่งร้านอาหาร แต่ส่วน outer market ยังเหมือนเดิมร้านอาหารอร่อยๆยังอยู่ การเดินทางก็ไปง่ายแค่นั่งรถไฟสาย  Hibiya Line ลง สถานี Tsukiji  ช่วงบ่าย ช้อปปิ้งที่ห้าง Ginza ที่นี่มีร้านแบรนเนมมากมาย ทรวมไปถึงห้าง gisawako Ginza, Ginza Waka ด้านบนจะมีหอนาฬิกาให้ชื่นชม การเดินทางนั่งรถไฟสาย Ginza Line หรือ hibiya marunouchi Line ลงสถานี Ginza ถ้ามีเวลาเหลือแนะนำให้ไปต่อที่ สถานี Tokyo สถานนี้อาจจะดูวุ่นวายไปซักนิด เพราะเป็นสถานีใหญ่ แต่ที่นี่มีแหล่งที่ถูกใจสาวก อะนิเมะ เพราะมีทั้งร้านขาย Model, ฟิกเกอร์, ตุ๊กตาหมี ที่ชั้น B1F

Day 2: Visit the Tsukiji Fish Market in the morning, a fish market where you can find fresh seafood, restaurants and kitchenware. Transportation is easily accessible with the Hibiya Line to Tsukiji Station. After savoring the different kinds of fish at the market, we will make our way to Ginza district to do some shopping. This area is popular for its high end brand names – Ginza district, Gisawako and Ginza Wako, we travel by Ginza Line or Hibiya Marunouchi Line and get off at Ginza Station. If there is some time left, you can stop by at Tokyo station to check out all the Japanese Anime, figures, models and dolls at Floor B1F.

Day 3 : วันนี้จะขอออกนอกเมือง tokyo ซักนิด ไหนๆเราก็มาถึงญี่ปุ่นกันแล้ว ต้องไปชม “ฟูจิซัง” ให้ได้ ซึ่ง ฟูจิซังนี้ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัด Shizuoka กับ จังหวัด Yamanashi ซึ่งวันนี้เราจะไปจุดชมภูเขาไฟที่ทะเลสาบ kawaguchiko โดยเริ่มต้นเดินทางที่สถานี Shinjuku มีวิธีการเดินทางให้เลือก 2 แบบนั่นคือ

1. นั่งรถไฟสาย Chuo Line ลงที่สถานี Takao เพื่อเปลี่ยนขบวน แล้วลงปลายสายที่สถานี Otsuki จึงเปลี่ยนเป็นสาย Fujikyu Railway ลงที่สถานีปลายทางอย่าง Kawaguchiko เดินจากสถานีไปยังทะเลสาบคาวากุจิโกะประมาณ 15 นาที ระยะเวลาเดินทางประมาณจากโตเกียวสองชั่วโมงนิดๆ

2. หรือถ้าอยากนั่งยาวๆไม่ต้องเปลี่ยนสายก็สามารถเดินทางด้วยรถบัสขึ้นที่ สถานี Shinjuku ปลายทาง Kawaguchiko ใช้เวลาเดินทางเกือบๆ 2 ชั่วโมง   และแถวๆทะเลสาบคาวากุจิโกะ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่ทำได้ตลอดทั้งวัน เช่น ขึ้นกระเช้า Kachi Kachi Ropeway เพื่อขึ้นไปดูวิวมุมสูงบนบนยอดเขา Mitsutoge หรือจะเช่าจักรยานปั่นรอบๆทะเลสาบ เพื่อหาจุดถ่ายรูปก็ได้ค่ะ เที่ยวได้เช้าจรดเย็น ก็กลับมาที่โตเกียวตามเดิม

Day 3: Step out of Tokyo city and see the suburban area of Japan – Fuji San aka. Fuji Mountain, located in between Shizuoka and Yamanashi. Check out the cool volcano viewing point at the lake Kawaguchiko. Starting the trip at Shinjuku station, there are two options to get to today’s destination.

1. Take the train by Chuo Line to Takao Station to change trains. Get down at Otsuji Station which is the last station. After that, head to Fujikyo Railway to change trains and get off at Kawaguchiko. Make your way to Lake Kawaguchiko which will take approximately 15 minutes on foot. It will take about a total of 2 hours from Fujikyo Railway to Lake Kawaguchiko.

2. If you would like to travel without changing trains several times, head to Shinjuku Station and get off at Kawaguchiko which will take around 2 hours. You can also find many more activities at Lake Kawaguchiko such as the Kachi Kachi Ropeway to indulge the view on top of Mitsutoge mountain. You could also rent bicycles to ride around the lake and take cool photos before heading back to Tokyo.

Day 4 : วันนี้ช่วงเช้าเราจะเอาฤกษ์เอาชัยเพิ่มความศิริมงคลก่อนกลับไทย เราจะเดินทางไปชมสถาปัตยกรรมโบราณที่ศาลเจ้าเมจิ จินกุ ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน (เดิมทีถูกสร้างขึ้นเพื่อองค์จักรพรรดิเมจิ โดยมีการบูรณะอย่างต่อเนื่องทำให้ยังคงความงดงามเหมือนดังเดิม) โดยปัจจุบันยังคงมีคู่รักหลายคู่มาทำพิธีแต่งงานกันที่นี่ ถ้าใครโชคดีจะได้เห็นขบวนแต่งงานแบบวิถีญี่ปุ่นโบราณ รวมไปถึง เจ้าหญิงอายาโกะ ที่เข้าพิธีเสกสมรสในปี 2018 ด้วยเช่นกัน การเดินทางมาที่นี่ด้วยรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line หรือ Fukutoshin Line ลงที่สถานี Meiji Jingu Mae เดินอีกประมาณ 10 นาที หรือจะเดินทางสาย yamanote line มาลงที่สถานี Harajuku วิธีสังเกตุ เริ่มจากสะพานหิน Jingu Bashiที่อยู่ตรงแยกใกล้ๆ กับสถานีรถไฟ JR Harajuku ให้เดินข้ามสะพานไป เจอลานกว้างๆและเสา Torii เดินตรงเข้าไปเลยค่ะ  ช่วงบ่ายก็ไปช้อปปิ้งก่อนกลับไทยในย่าน shibuya แลนมาร์กที่ดังมากๆ อย่าง ห้าแยกชิบุย่า ที่จะสามารถนั่งชมวิวได้จากร้านอาหารหรือคาเฟ่ใกล้ๆ และที่ต้องไปเลยคือ ถ่ายรูปคู่กับอนุเสาวรีย์ Hachiko เจ้าหมาผู้ซื่อสัตว์ที่ถือเป็นอีกจุดที่คนนิยมมา ย่านนี้ถือเป็นแหล่งช้อปปิ้งของนักช้อปเลยก็ว่าได้ เพราะมีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ หลายที่ไม่ว่าจะเป็น  Shibuya 109, Tokyu และ Shibuya Hikarie สามารถมายังย่านนี้ได้ด้วยรถไฟสาย Ginza Lineหรือ yamanote Line ลงสถานี Shibuya เพื่อช็อปปิ้งของฝากกลับประเทศไทยได้ในย่านนี้ได้เลยของมีให้เลือกครบทุกสิ่ง

Day 4: We will see the ancient architecture at Meiji Jinku Shrine situated in Shibuya, is the Shinto shrine that is dedicated to the deified spirits of Emperor Meiji and his wife, Empress Shōken. Today, many wedding ceremonies take place. If you’re lucky, you will get to see a traditional Japanese wedding and Princess Ayako. Travel by train via the Chiyoda Line or Fukutoshin Line and get off at Meiji Jingu Mae station, approximately a 10 minute walk or you could also commute by Yamanote Line and getting off at Harajuku Station. You can notice the Jingu Bashi stone bridge at the intersection near Harajuku station.

During the afternoon, you can enjoy shopping around Shibuya which is a very popular touristic area especially at the Shibuya intersection and indulge cafes and city views of Tokyo. You could also snap a photo with the famous “Hachikō”, a Japanese Akita dog remembered for his remarkable loyalty to his owner, Hidesaburō Ueno, for whom he continued to wait for over nine years following Ueno’s death. Shibuya is popular for shopping as well, there are a lot of window shopping within the area such as Shibuya 109, Tokyu and Shibuya Hikarie.

Day 5 : ถ้าเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงบ่ายหรือเย็น  เวลายังพอมีเหลือ ก็ปิดท้ายวันสุดท้ายด้วยการไปตะลุยช็อปปิ้งของปลอดภาษีที่ตึกม่วงTakeya ที่หากยังซื้อของไม่ครบ หรือหลายๆวันที่ผ่านมายังหาของไม่เจอต้องมาซื้อที่นี่ เพราะมีครบทุกสิ่งที่ต้องการเลยก็ว่าได้ สามารถเดินทางด้วยรถไฟสาย Hibiya Line ลงที่สถานี Naka – Okachimachi หรือ Yamanote Line ลงสถานี Okachimachi แต่ช็อปแล้วต้องเผื่อเวลาแพ็คของลงกระเป๋าแล้วเดินทางไปสนามบินด้วยนะคะ 

Day 5: If you are travelling back to Bangkok in the afternoon or evening, then you will still have some free time left to do a little bit of duty free shopping at Takeya. This place has assorted products. Commute with the train via Hibiya Line and getting of at Naka – Okachimachi or Yamanote Line.