How to ผ่านตม.เกาหลีแบบฉลุย 🇰🇷

ตอนนี้มีข่าวลือกันหนาหูมากว่า ตม.เกาหลีผ่านยากสุดๆ เพราะบรรดาเจ้าหน้าที่โอปป้า ออนนี่ที่สนามบินอินชอนแห่งเกาะยางจอง ประเทศเกาหลีใต้นั้นแสนจะเข้มงวด บางคนโดนกักตัวสอบสวนอย่างละเอียด เคสที่ร้ายแรงที่สุดถึงขั้นถูกส่งตัวกลับประเทศของตัวเองไปทันที โดยยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรผิด ดังนั้น!! ก่อนเราจะไปเยือนดินแดนแห่งกิมจิ คงจะต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะเรามาดี ไม่ได้คิดจะทำร้ายใคร เราแค่มาเที่ยว มากิน มาช้อปปิ้ง มาตามหาโอปป้า เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นต้องยืดอกมั่นใจเข้าไว้นะจ้ะ และทำตามคำแนะนำดังนี้

 

แต่งตัวดีๆ แต่ไม่ถึงกับเป็นเป้าสายตาจนเกินไป

Cr: http://www.tcjapress.com/2017/08/23/chinese-tourism-in-thailand/

เค้าว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง การแต่งตัวจึงเป็นสิ่งแรกที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวเรา ข้อสำคัญอย่าแต่งตัวเด่นจนราศีจับจนเกินไป เพราะมันจะเป็นจุดสนใจของเจ้าหน้าที่หน้าตม.ได้ แต่ก็อย่าถึงขั้นแบบซอมซ่อนะจ้ะ ให้แต่งตัวโดยยึดคอนเซ็ปเรียบง่าย สุภาพ ดูดี เหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป ยิ่งถ้ามีกล้องติดตัวไปด้วยจะดูเป็นนักท่องเที่ยวมากขึ้นไปอีก สำหรับคนที่มากันเป็นครอบครัวหรือเพื่อนทั้งแก๊ง ให้เกาะติดกลุ่มตัวเองเอาไว้ จะได้เป็นหลักประกันว่าเรามาเพื่อมาเที่ยวจริง ไม่ได้มาหางานทำหรือทำสิ่งที่ผิดกฎหมายใดๆ

 

เอกสารสำคัญต้องเตรียมไปให้ครบ อย่าให้ขาด

เตรียมเอกสารไปให้พร้อมห้ามขาด เกินยังดีกว่าขาดน้า

Cr: https://www.prachachat.net/world-news/news-99853/attachment/thai-passport

พาสปอร์ต: ตรวจเช็คด้วยว่าพาสปอร์ตเรายังไม่หมดอายุ ยิ่งถ้าพาสปอร์ตของใครที่มีรอยปั้มเข้าประเทศเยอะๆยิ่งดี มันเป็นหลักฐานได้ว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวที่แท้ทรู

Cr: https://pantip.com/topic/35328960

ใบ Arrival Card: (ใบ ตม.) เป็นใบสำคัญที่ระบุข้อมูลเกี่ยวกับเรา ทั้งชื่อ นามสกุล, เพศ, สัญชาติ, วันเกิด, ไฟล์ทเครื่องบิน, ที่อยู่ และให้ติ๊กวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวในเกาหลี ซึ่งถ้าเรามาเที่ยวก็ให้ติ๊กที่ “Tour”

Cr: https://www.dplusguide.com/2017/immigration-korea/

ใบ Customs Declaration Form (Traveler Declaration Form): เป็นใบศุลกากรที่ให้เราต้องกรอกสิ่งของที่จำเป็นจะต้องสำแดง หรือพกเงินมาจำนวนมาก ถ้าหากไม่มีสิ่งของต้องสำแดง ให้ติ๊กที่ช่อง “No”

Cr: https://travel.nine.com.au/2018/04/19/10/08/what-your-boarding-pass-really-says

ใบBoarding Passขาไป-กลับ: สิ่งนี้สำคัญที่สุด เพราะมันเป็นการการันตีว่าเราจองตั๋วเครื่องบิน ระบุข้อมูลวันที่เดินทางมาเที่ยว และวันเดินทางกลับอย่างชัดเจน
–  เอกสารประจำตัว: บัตรประจำตัวประชาชน, ใบขับขี่รถยนต์, สำเนาทะเบียนสมรส ฯลฯ
– เอกสารเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล: หากเราเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล เราต้องมีหลักฐานการเปลี่ยนชื่อของเราด้วย เพื่อยืนยันตัวตนที่แท้จริงของเรา
– หลักฐานการจองโรงแรม: เป็นหลักฐานชั้นดีว่าเรามีที่พักนะ อยู่เมืองอะไร จองโรงแรมอยู่กี่วัน
– หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษ) : ให้ HR เขียนระบุไปเลยว่าเราลาเพื่อมาเที่ยวที่เกาหลีกี่วัน ถ้าหากเป็นข้าราชการ หรือ พนักงานเอกชน พกบัตรประจำตัวพนักงานมาด้วย
ตารางทัวร์: ถ้าหากเราจองทัวร์มาเที่ยว ก็แสดงตารางทัวร์และหลักฐานการจองทัวร์ให้ดูไปเลย เป็นการยืนยันว่าเรามาเที่ยวจริงๆ

ฝึกพูดภาษาอังกฤษแบบเบสิคเอาไว้เป็นดี

Cr: https://www.freedomparkdfwvalet.com/

ตม.มักจะถามคำถามแบบง่ายๆ แต่ถ้าใครตื่นเต้นก็จบกัน ที่สำคัญต้องไปฝึกฟังและพูดภาษาอังกฤษ ถาม-ตอบแบบเบสิคมาด้วย คำถามที่เจอกันบ่อยที่สุดก็คือ
คุณมากับใคร?: มากับครอบครัว มากับคณะทัวร์ ซึ่งแน่นอนว่าเราคงไม่มาเที่ยวทัวร์แบบตัวคนเดียวอย่างแน่นอน หรือจะมากับเพื่อน เพื่อนของพี่ เพื่อนของน้อง
คุณมาทำอะไร?: บางคนมาคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีที่เราชื่นชอบ บางคนมาช้อปปิ้งเครื่องสำอาง บางคนมาเที่ยวชื่นชมธรรมชาติ ก็ว่ากันไป
คุณมาอยู่ที่เกาหลีกี่วัน?: มาเที่ยวกี่วัน แสดงหลักฐานการจองโรงแรม หรือตารางทัวร์ก็ได้
คุณแลกเงินมาเท่าไหร่?: ก็ตอบไปตามความจริง เงินเยอะหน่อยก็เปนเพราะเรามาเพื่อช้อปปิ้ง แต่คำถามนี้คงไม่ค่อยถูกถามกันซักเท่าไหร่

 

อย่าตื่นตระหนกหากโดนถามคำถาม

คนส่วนใหญ่ถ้ากังวลเราจะดูมีพิรุธมากๆ เพราะฉะะนั้นเตรียมคำตอบไว้ในใจไปเลย เค้าถามมาเราก็ตอบไปตามความจริง พร้อมแสดงหลักฐานที่สำคัญ เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราพูดความจริง

 

อย่าถ่ายรูปตม.

กิตติศัพท์ที่นี่เยอะซะเหลือเกิน ขอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกหน่อยก็แล้วกัน ระวังจะได้ความระทึกไปแทนนะจ้ะ สถานที่แบบนี้เค้าห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง ถ้าเจ้าหน้าที่เห็นจะโดนตกเป็นที่ต้องสงสัยและโดนสอบถามทันที เพราะฉะนั้นเก็บกล้องไปได้เลย

เพียงเท่านี้ ขอรับประกันว่าเราจะสามารถผ่านตม.เกาหลีได้อย่างง่ายดายแน่นอน

 

มาถึงขั้นตอนเรามาดูขั้นตอนการผ่านตม.เกาหลีกันเถอะ !!

  1. เมื่อลงจากเครื่องแล้วให้เราเดินตามป้าย Arrivals ไปเรื่อยๆ และไปยังด่านตม.นั่นเอง เมื่อเดินมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง ให้เรามองหาป้าย Immigration และให้เดินไปต่อแถวที่ช่อง Foreigner Passenger
  2. ยื่น Arrival Card ซึ่งก็คือใบผ่านเข้าเมืองที่เราจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวของเราให้ครบ รวมทั้งพาสปอร์ตให้แก่เจ้าหน้าที่
    Cr: https://www.mushroomtravel.com/page/korea-immigration/
  3. เมื่อเจ้าหน้าที่เช็คพาสปอร์ตและเอกสารเรียบร้อยแล้ว จะให้เราวางนิ้วมือลงบนเครื่องเพื่อสแกนลายนิ้วมือ เราก็ยื่นนิ้วชี้ทั้งสองข้างลงบนเครื่องได้เลย ส่วนคนไหนที่ไม่ค่อยมีลายนิ้วมือ เวลาสแกนนิ้วก็อยากซะเหลือเกิน ให้ลองถูนิ้วชี้ทั้งสองนิ้วเข้าด้วยกัน รับรองว่าสแกนปุ้บผ่านปั้บ
  4. จากนั้นเจ้าหน้าที่ตม.จะให้เราหันมามองกล้องเพื่อทำการถ่ายภาพใบหน้าของเราไว้เป็นหลักฐาน ห้ามสวมแว่น ห้ามสวมหมวก ทำหน้าเฉยๆเหมือนภาพติดบัตร
  5. ถ้าทุกอย่างดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยแล้ว บางคนอาจจะถูกถามคำถามเล็กๆน้อยๆ ซึ่งหากเราเตรียมคำตอบไว้เรียบร้อยแล้ว เค้าถามปุ้บเราตอบได้ปั้บ ไม่อ้ำๆอึ้งๆ เจ้าหน้าที่ก็จะปล่อยผ่านเราเข้าประเทศเกาหลีได้อย่างฉลุย